ReadyPlanet.com
dot dot
dot
บทความพิเศษของกิจกรรมในเดือนกรกฎาคม : สองเงาในมองโกเลียตอนที่๖ article

 

            เช้าวันที่ 16 กรกฎาคมผมและโมชตื่นแต่เช้าประมาณตีสี่ครึ่งเพื่อเตรียมขึ้นรถบัสที่นัดหมายพวกเราตอนเวลาตี 5 ตั้งแต่ผมรู้จักเพื่อนชื่อ
โมชมานั้น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เพื่อนผมคนนี้ใช้เวลาอาบน้ำเพียงแค่ “5นาที!” พวกเรากลัวตกเครื่องบินกันมากจึงยอมเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมของตนเองให้เข้ากับสถานการณ์
“555 ถึงแม้พวกผมจะเร่งรีบอย่างไรก็ตาม ผมและโมชก็เป็นคู่สุดท้ายที่ช้าที่สุดที่มาถึงรถบัสคันนี้” เช้าวันนี้เป็นเช้าที่เต็มไปด้วยความ
วุ่นวาย ผมต้องรีบเอากระเป๋ามาเก็บไว้และรีบวิ่งขึ้นมาบนรถเพื่อออกเดินทางทันที ข้างในรถมีผู้โดยสารประมาณ 30 คน ผมรู้สึกเซ็งทันที
เพราะผมคิดว่าผู้โดยสารในนี้คงมานั่งรออยู่ในรถตั้งนานแล้วและคงรอผมกับโมชซึ่งเป็นคู่สุดท้ายแม้ผมจะเห็นเข็มสั้นของนาฬิกาชี้ที่แลข 5
และเข็มยาวชี้ที่เลข 12 ตอนที่ที่ผมวิ่งขึ้นมาบนรถแล้วก็ตามที
แต่แล้วรถบัสที่สตาร์ทเครื่องรอผู้โดยสารคันนี้กลับไม่ออกเดินทางทันทีที่พวกผมมาถึง ผมได้ยินเสียงผู้หญิงท่านหนึ่งซึ่งนั่งบริเวณด้านหลังกำลัง
โวยวายเป็นภาษาจีนและเดินผ่านที่นั่งผมด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เธอเดินมาที่คนขับรถและบ่นอะไรบางอย่างกับโชเฟอร์และพนักงานโรงแรม
นานประมาณ 5 นาที จากนั้นเธอก็เดินกลับไปที่นั่งของตัวเองและรถบัสก็เริ่มออกเดินทางมุ่งหน้าไปที่สนามบินอย่างเร่งรีบด้วยความเร็ว 60
 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเอง
ผมถามคุณอาเจริญด้วยความสงสัยว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นต้องโวยวายเสียงดังใส่คนขับรถกับพนักงานโรงแรมขนาดนั้น จึงทราบว่าเหตุผลว่าเธอ
ต้องขึ้นเครื่องบินตอน 6 โมงเช้า แต่ไม่มีรถมารับตอนตี 4 ทั้งๆที่ในใบนัดบอกว่าจะมารับตอนตี 4 เธอจึงมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องอีกรอบ
เนื่องจากเวลาที่เดินทางจากโรงแรมไปถึงสนามบินใช้เวลาประมาณ 30 นาทีบวกกับการเสียเวลาเช็ค Passport และสัมภาระต่างๆ
ในสนามบินนั่นเอง ส่วนพวกเราคนไทยทั้ง 5 ที่จะเดินทางไปมองโกเลียต่อนั้นสบายใจหายห่วงได้เพราะเครื่องบินออกเดินทางเวลาเจ็ดโมงครึ่งครับ
สำหรับการเดินทางโดยเครื่องบินครั้งแรกของโมชนั้น มีเรื่องสร้างความจุกจิกให้กับแผนกตรวจสิ่งของก่อนขึ้นเครื่องบินพอสมควร ก็เพราะ
กระเป๋าสะพายประจำตัวโมชนะซิครับ กระเป๋าในนิดเดียวแทนที่จะเก็บเงินไว้เยอะๆ แต่กลับมีแต่วัตถุมงคลมากมาย ทั้งพระเครื่อง ตะกรุด สีผึ้ง
 ผ้ายันต์ แว่นส่องพระ นามบัตร แว่นกันแดดและวัตถุมงคลอื่นๆที่ผมไม่รู้จัก ตอนขึ้นเครื่องจากเมืองไทยก็ไม่ค่อยมีปัญหามากหรอกครับเพราะ
พนักงานตรวจสิ่งของย่อมรู้จักวัตถุมงคงเหล่านี้ดีอยู่แล้ว แต่พอมาขึ้นเครื่องที่ประเทศจีนนี่ซิครับกระเป๋าของโมชต้องถูกสแกนแล้วสแกนอีก ต้อง
เทออกจากกระเป๋ามาดูว่ามีอะไรบ้าง เพราะคนจีนไม่รู้จักวัตถุมงคลเหล่านี้
เมื่อผ่านพ้นการตรวจเรียบร้อยแล้วโมชก็เก็บของที่ถูกเทออกมาให้เรียบร้อยเหมือนเดิม ผมกะว่าจะเข้าไปช่วยเก็บซะหน่อย แต่พอผมเห็นเพื่อน
คนนี้จัดเก็บของอย่างมีระเบียบ รู้ว่าของอะไรต้องใส่ก่อนอะไรต้องใส่หลังเพื่อจัดสรรพื้นที่ในกระเป๋าให้พอดีโดยที่กระเป๋าไม่ตุงแล้ว ผมว่าผม
ไม่ช่วยดีกว่าเพราะถ้าเป็นผม ผมจะยัดๆใส่เข้าไปอย่างรวดเร็วตามประสาคนมักง่ายอ่ะ
ระยะเวลาจากปักกิ่งไปถึงอูลาบาตอร์เมืองหลวงของมองโกเลียใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ผมตื่นขึ้นจากเสียงของลำโพงที่แจ้งว่าอีก 30 นาที
เครื่องจะลงจอด ผมมองออกไปที่หน้าต่างเพื่อดูวิวทิวทัศน์ของมองโกเลีย ผมตกใจมากที่เห็นแนวเทือกเขาของมองโกเลียเป็นสีเขียวเต็มไปหมด
“เฮ้ย มองโกเลียมีต้นไม้เยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย นึกว่ามีแต่ทะเลทราย” ผมคิดแบบนี้เพราะสมัยเด็กๆเคยท่องหนังสือสังคมที่บอกว่าบรรพ
บุรุษชาวไทยมาจากทะเลทรายโกบีในมองโกเลีย แต่พอเครื่องบินเริ่มบินต่ำลงๆผมจึงทราบว่าเทอกเขาเขียวที่เห็นเหล่านั้น แท้ที่จริงแล้วคือทุ่งหญ้า
ที่ปกคลุมไปทั่วเทือกเขาต่างหากซึ่งไม่มีต้นไม้ซักต้นเดียวเลย เครื่องบินเริ่มบินต่ำลงๆผมเริ่มเห็นทะเลสาบและลำธารเยอะแยะมากมาย ผมกวาด
สายตาไปทั่วและต้องตกใจในทันทีเมื่อผมเห็นหลุมขนาดใหญ่มากกกกกก แถมมีเสียงดัง “คร่อกๆ”ด้วย 555 เพื่อนผมมันนอนกรนอ้าปากหวอนี่เอง^^
  
 
 
                 
ภาพ landscape ประเทศมองโกเลียจ้า^^
และแล้วเท้าของผมก็มาสัมผัสประเทศมองโกเลียจนได้ เย้ๆๆๆดีใจสุดๆกว่าจะมาถึงที่นี่ได้มีอุปสรรคให้ตื่นเต้นเยอะจริงๆ พวกเรามาถึงสนามบิน
อูลาบาตอร์ตอนประมาณ 11 โมง สนามบินแห่งนี้มีขนาดมากเล็กกว่าสนามบินภูเก็ตอีก คุณคิมมารอรับพวกผมและครอบครัวคุณอากรรณิการ์
บริเวณห้องBoarding pass และมีเจ้าหน้าที่ของสนามบินช่วยจัดการเรื่อง passport ของพวกเราทั้ง 5 คนโดยที่พวกเรา
ไม่ต้องต่อแถวรอคิวแต่ให้พวกเราไปนั่งรอในห้องรับรองของสนามบินแทน
ในระหว่างรอ passport  คุณคิมได้อธิบายกำหนดการคร่าวๆในหมายกำหนดการที่เธอเตรียมไว้ให้ เนื่องจากวันแรกของกำหนดการ
เดิมพวกเราทั้งห้าต้องไปร่วมพิธีเปิด NADAAM FESTIVAL ที่เมือง BORNOR แต่พวกเราตกเครื่องบินในวันแรกนี่ซิ กำหนดการ
จึงถูกปรับเปลี่ยนในทันที อย่างไรก็แล้วแต่ BORNOR ก็ยังเป็นสถานที่ที่พวกเราต้องไปเพื่อไปพบท่านลามะภูริบัตและร่วมงาน
NADAAM FESTIVAL อีกสองวันที่เหลือ (เทศกาล NADAAM FESTIVALมี 3 วัน)
รถที่นำมารับพวกเราทั้งห้า เป็นรถ TOYOTA LEXUS และ TOYOTA RAV4สำหรับใช้เป็นที่เก็บสัมภาระ ครับ พวกเราทั้งห้า
และคุณคิมนั่งอัดกันในรถ LEXUS ยังก่ะปลากระป๋องซึ่งโชคดีนะครับที่ทริปนี้มีแต่คนตัวผอมๆ โดยเฉพาะผมเอว 28 เองแห้งเป็นปลากรอบเลย
 555.... เมือง BORNOR เป็นเมืองชนบทเมืองหนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไปจากอูลาบาเตอร์ไปหลายกิโล (เกือบร้อยโล) ถ้าชนบทของ
เมืองไทยมีแต่ทุ่งนา ชนบทของมองโกเลียก็มีแต่ทุ่งหญ้าเช่นกัน ซึ่งจากการสังเกตุของผมวิวทิวทัศน์ของชนบทในมองโกเลียมีอยู่ 3 อย่างเท่านั้นเอง
1.    แนวเทือกเขาที่มีทุ่งหญ้าสูงไม่เกิน 3 นิ้ว ถนนลูกรังสลับกับถนนลาดยางและลำธารเป็นบางช่วง
2.    บ้านเรือนขนาด 1 ชั้นและกระโจมสีขาว โดยมีรั้วล้อมแสดงอาณาเขตของบ้านแต่ละหลัง
3.    ฝูงสัตว์มีทั้ง ม้า แพะ แกะ วัว จามรี
นอกนั้นผมไม่เห็นอะไรที่แปลกไปจาก 3 ข้อนี้เลย แม้แต่ต้นไม่ซักต้นยังเห็นได้ยากมาก ผมนั่งฟังการสนทนาของงคุณคิมกับคุณอากรรณิการ์
แล้วรู้สึกว่าทั้งสองท่านนี้น่าจะรู้จักกันมาก่อนเพราะคุยสนิทกันเป็นอย่างดี....ใช่ครับทั้งสองท่านต่างก็รู้จักกันมาก่อน คุณอากรรณิการ์บอก
ผมว่าท่านเคยมามองโกเลียแล้วครั้งหนึ่งซึ่งตอนนั้นคุณอากรรณิการ์มากับคณะของแม่ชีศันสนีย์ การมาเยือนในครั้งนั้นลำบากกว่าครั้งนี้มากเพราะถนน
ไม่เรียบเหมือนครั้งนี้ รถที่ใช้ก็ไม่สะดวกสบายเหมือนครั้งนี้ อากาศก็หนาวเย็นกว่า อีกทั้งมิได้เตรียมอาหารแห้งจากเมืองไทยมารับประทานเลย จึงต้อง
รับประทานแต่อาหารที่แห้ง แข็งและจืดเป็นส่วนใหญ่
การสนทนาระหว่างคุณอากับคุณคิมส่วนใหญ่จะพูดคุยกันเรื่องการมาเยือนมองโกเลียครั้งแรกของคุณอากรรณิการ์และเรื่องทั่วๆไปในมองโกเลียสำหรับ
ผมก็นั่งฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่มีประเด็นหนึ่งที่ผมตั้งใจฟังทันที ที่มองโกเลียมีทรัพยาการน้ำมันและแร่ธาตุต่างๆมากมายทั้งน้ำมันทองแดง ทองคำ ถ่านหิน
 ซึ่งมีชาวต่างชาติมาสำรวจค้นพบมากมาย คุณคิมบอกกับพวกเราว่าแม้มองโกเลียมีน้ำมัน แต่บ่อน้ำมันที่ขุดพบนั้นยังไม่มากพอสำหรับการพัฒนา
เศรษฐกิจประเทศและการพาณิชย์ จึงมีหลายพื้นที่ที่รอการสำรวจขุดเจาะอีกมาก ที่ประเทศแห่งนี้ไม่มีโรงกลั่นน้ำมันครับ ดังนั้นน้ำมันที่ขุดเจาะได้จะถูกส่ง
ออกไปให้ประเทศจีนเพื่อกลั่นเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงต่างๆและท้ายสุดก็ต้องนำเข้าน้ำมันที่ถูกกลั่นแล้วเอาเข้ามาขายในประเทศอีกทีหนึ่ง
ตอนแรกผมเข้าใจว่า BORNOR คือเมืองหนึ่งของประเทศนี้ ผมเข้าใจผิดครับ BORNOR คือชื่อหมู่บ้านต่างหาก และเป็นบ้านเกิดของลามะภูริบัด
ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรมและศาสนาของประเทศมองโกเลีย
โชเฟอร์พาพวกเรามาที่วัดประจำหมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อผมก้าวขาลงจากรถปุ๊บ สิ่งที่ผมเห็นเป็นอย่างแรกคือ ชาวบ้านที่ขี่ม้าไปมาตามถนนและทุ่งหญ้า
และสิ่งที่ทำให้ผมต้องตกตะลึงเมื่อผมเห็น “ส้วม”
ส้วมตามชนบทของมองโกเลียจะเป็นห้องเล็กๆกว้างยาวข้างละประมาณ 1 เมตร สูงประมาณ 1.8 เมตร ส้วมที่นี่ไม่มีน้ำใช้ ไม่มีชักโครก ไม่มีส้วมซึม
 มีแต่หลุมที่ลึกประมาณ 3 เมตรและมีแผ่นไม้วางขัดไว้ 2 ข้างเป็นที่เหยียบเพื่อให้นั่งยองๆปลดทุกข์เบาและหนัก สำหรับในหลุมข้างล่างมีอะไรบ้างผมคง
ไม่ต้องบรรยาย แต่ที่แน่ๆเลยคือสิ่งที่โบยบินขึ้นมาจากหลุมข้างล่างออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยามที่พวกมันอิ่มหมีพีมันนั่นก็คือ “แมลงวัน”
 ผมอึ้งไปประมาณ 3 วินาทีกับส้วมที่เห็นและคิดในใจว่า “นี่เราต้องใช้ส้วมแบบนี้ตลอด 7 วันที่เหลือจริงๆหรือเนี่ย!” เฮ้อ...คิดไปก็รกสมอง
ผมตามกลุ่มคุณอาเข้าไปในวัดดีกว่า
                บุคคลแรกที่ต้อนรับพวกเราคือคุณ DELGERMAA(เขียนชื่อตามนามบัตรที่เธอให้มา) คุณ DELGERMAA พาพวกเรา
ไปพบลามะภูริบัด และรองพระสังฆราชของมองโกเลียในกระโจมสไตล์มองโกเลียที่ท่านผู้อ่านน่าจะเคยได้เห็นในหนังจีนหลายๆเรื่องเช่นมังกรหยก
 เจงกีสข่าน ซึ่งกระโจมหลังนี้อยู่ด้านหลังของวัด ลามะทั้งสองนั่งรอต้อนรับพวกเราด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร อีกทั้งมีผู้อาวุโสซึ่งผมเดาว่าคงเป็นผู้ใหญ่บ้านของ
หมู่บ้านนี้มารอต้อนรับพวกเราเช่นกัน ตามธรรมเนียมของชาวมองโกเลีย เมื่อมีแขกมาเยี่ยมเยือนเจ้าบ้านจะเสิร์ฟนมเปรี้ยวที่ทำมาจากนมม้า
 (ตักนมเปรี้ยวจากโอ่งด้วยกระบวยใส่ขันแล้วเวียนกันดื่ม)พร้อมกับโยเกิร์ตแท่งภาษามองโกเลียเรียกว่า Eezgii
(ใครอ่านออกบ้างช่วยบอกที คุณ DELGERMAA เขียนให้ผมดูอ่ะ) ให้กับพวกเรา
                อ๋า...นมเปรี้ยวนี่แหละครับอาหารประจำชาติของมองโกเลีย โดยปกติผมเป็นคนที่ชอบกินนมเปรี้ยวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะยาคู๋ บีทาเก้น
ดัชมิลล์ ไพแกน ผมดื่มมาหมดแล้ว ดังนั้นนมเปรี้ยวของมองโกเลียย่อมเป็นสิ่งที่ผมต้องการชิมอย่างแน่นอน ในสัมผัสแรกที่สิ้นผมกระทบกับนมเปรี้ยวนั้น
 ผมสัมผัสได้ 2 อย่างด้วยกัน1.) กลิ่นคาวแบบนมม้า(คาวกว่านมแพะอีก) 2.) รสเปรี้ยวแบบนมบูด
                คนกินเก่ง กินง่ายอย่างผมเมื่อได้ลองชิมนมเปรี้ยวแค่อึกเดียวเท่านั้น ผมรีบส่งต่อให้โมชทันที และแน่นอนครับชาวไทยทั้ง 5 ไม่มีใครทานได้
 ยิ่งเจอห้องน้ำแบบที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้น ผมคงไม่กล้าท้องเสียอย่างแน่นอน ส่วนโยเกิตแท่งที่ผมได้ลิ้มลอง รสชาตินั้นเหมือนนมเปรี้ยวทั้ง 2 ข้อเลยแถมแข็ง
มากด้วย (แข็งกว่าขนมถั่วตัดอีกครับ)
                ในวงสนทนาระหว่างการพูดคุยระหว่างลามะทั้ง 2 กับคุณอากรรณิการ์โดยสนทนาผ่านคุณคิมและคุณ DELGERMAA นั้น ผมและโมชไม่ค่อย
จะมีส่วนร่วมซักเท่าไหร่ ดังนั้นผมและโมชจึงปลีกตัวออกมาเตรียมของที่นำมาจากเมืองไทยเพื่อถวายให้ลามะ สิ่งนั้นคือพระบรมสารีริกธาตุ พระปัจเจกธาตุและ
พระอรหันตธาตุ โดยเจดีย์ที่นำมาบรรจุนั้นเป็นเจดีย์ทรงไทยสีทอง ออกแบบโดยอาจารย์เติ๊บจากบริษัทกนกพันธุ์ พันธมิตรใหม่ของชมรมฯ โดยเจดีย์นี้มีที่
บรรจุ 2 ชั้น ชั้นล่างบรรจุ พระอรหันตธาตุ ส่วนชั้นบนเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
            เมื่อพวกเราเตรียมเสร็จเจดีย์ที่บรรจุเสร็จเรียบร้อยแล้ว เผอิญคุณ DELGERMAA เดินผ่านเข้ามาในห้องพอดีผมจึงถามคุณ DELGERMAA ว่า
 โมชควรจะถวายพระบรมสารีริกธาตุให้ลามะที่ไหนดี คุณDELGERMAA จึงแนะนำพวกเราให้ถวายลามะภายในวัด และคุณ DELGERMAA ก็พาพวกเรา
เข้าไปในห้องๆหนึ่ง ซึ่งห้องนี้น่าจะเป็นห้องสวดมนต์ และเผอิญว่าลามะทั้ง 2รูปสนทนากับคุณอากรรณิการ์เสร็จพอดี ลามะภูริบัดจึงพาครอบครัวคุณอาเข้ามาไหว้
พระในวัด จึงเป็นโอกาสดีที่พวกเราตัวแทนทั้ง 5คน ร่วมถวายพระบรมสารีริกธาตุด้วยกันทั้งหมดไว้ที่หมู่บ้าน BORNOR
แห่งนี้ อ้าว!.....ท่านผู้อ่านร่วมอนุโมทนาสาธุด้วยกันนะครับ “อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ^^”
  
  
  
ปราโมช คุณอาเจริญและคุณอากรรณิการ์ ร่วมถวายพระบรมสารีริกธาตุแก่ลามะภูริบัดและรองพระสังฆราช
นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมวัดมีโอกาสร่วมรับพรจากลามะกันทุกคน "อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ"
               หลังจากถวายพระบรมสารีริกธาตุเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากวัดแห่งนี้มีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่ลามะภูริบัดเคยรวบรวมสิ่งของต่างๆ ท่านลามะจึง
พาพวกเราทั้งหมดเยี่ยมชมสิ่งของต่างๆ มีทั้งสมุนไพร ก้อนหิน แร่ธาตุ กระดูกสัตว์ ฟอสซิล ขนสัตว์ต่างๆ เขาสัตว์ อาวุธโบราณเช่น หัวลูกศร
 ดาบ หัวหอก ชุดนักรบสมัยเจงกีสข่าน และกะโหลกไดโนเสาร์ ท่านลามะพวกพวกเราเข้าชมทีละห้องๆ จนถึงห้องสุดท้าย เห็นแล้วขนลุกสุดๆ
เพราะเป็นห้องที่เก็บกะโหลกมนุษย์ซึ่งเป็นกะโหลกของลามะในที่ถูกฆ่าตายในปี 1936และมีเยอะมาก......ทำไมลามะสมัยนั้นถึงถูก
ฆ่าตายมากมายเพียงนี้ ผมจะเฉลยให้ฟังในอีก 2 ตอนข้างหน้านะครับ
  
 
  
 
  
 
  
   
            คุณ DELGERMAA และลามะภูริบัดพาพวกเราเข้าชมห้องต่างๆที่ลามะภูริบัดรวบรวม โบราณวัตถุ เขาสัตว์ ซากฟอสซิสต่างๆทั้งที่มาจากประเทศมองโกเลียและ ต่างประเทศเพื่อการศึกษาครับ
ส่วนภาพสุดท้ายปราโมชกำลังแผ่เมตตาให้แก่ลามะที่ถูกฆ่าตายช่วงประมาณปี
1936 ครับ
          
        
ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้นิยมใช้ม้าเป็นพาหนะในการเดินทางครับ
เมื่อการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เสร็จสิ้น คุณคิมพาพวกเราทั้งหมดไปรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดนี้ คุณคิมพา
พวกเราทั้งหมดเข้าไปในห้องรับแขกของบ้านหลังนี้ซึ่งที่ห้องรับแขกมีเตียงนอนด้วย นั่นหมายความว่าห้องนอนกับห้องรับแขกเป็นห้องเดียวกัน
บ้านของชาวมองโกเลียมีขนาดไม่ใหญ่และมีแค่ชั้นเดียว ไม่มีการต่อท่อน้ำเข้าไปในบ้านและไม่มีห้องน้ำภายในบ้านเลย ห้องน้ำอยู่นอกบ้าน
ทุกหลัง ไม่มีเตาแก๊ส ไม่มีตู้เย็น ประชาชนที่นี่นิยมใช้เครื่องซักผ้าแบบเปิดฝาบน ฐานะของชาวชนบทในมองโกเลียไม่ได้ดูที่ขนาดของบ้านว่า
ใหญ่โตหรือไม่แต่ดูที่อาณาเขตของบ้านที่ล้อมรั้วไว้ ใครที่มีที่ดินกว้างว่าก็แสดงว่ามีฐานะมากกว่า
ระหว่างที่พวกเรารออาหารมื้อแรกแห่งการมาเยือนประเทศมองโกเลีย คุณคิมพาคุณตาคุณยายซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้เข้ามารับประทาน
อาหารกับพวกเราด้วย คุณตาคุณยายทั้งสองท่านเป็นบิดา มารดาของท่านลามะภูริบัด และบ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านเกิดของลามะนั่นเอง อาหาร
ค่อยๆถูกเสิร์ฟโดยผู้หญิงท่านหนึ่ง ซึ่งคุณคิมแนะนำให้พวกเราทราบว่า ผู้หญิงคนนี้คือลูกสาวของคุณตาและคุณยาย และเป็นน้องสามีของคุณคิม
 เลยทำให้ผมพึ่งจะรู้ว่าคุณคิมเป็นภรรยาของลามะภูริบัดนี่เอง
            อาหารมื้อแรกที่พวกผมได้ทานกันมี โยเกิตแท่ง (Eerzgii) เนยแข็ง (Roaa Aarol) แผ่นเนยทอดแช่น้ำนม
(Khailmag) ขนมปังก้อนแข็งเป๊กพร้อม Salami (เป็น Salami แบบเดียวกับพิซซ่า) ก๋วยเตี๋ยวน้ำแบบมองโกเลีย
(เส้นบะหมี่แบนมีเนื้อและมันเทศ) แถมด้วยกิมจิอาหารประจำชาติของคุณคิม ส่วนเครื่องดื่มมี 2 อย่าง อย่างแรกคือวอดก้า กระดกแก้วเพรียวๆ
กับคุณตาพอเป็นพิธีซัก 2 จอกครับ ส่วนเครื่องดื่มอย่างที่สองคือ น้ำแร่ธรรมชาติ พอดื่มเข้าไปแล้วเหมือนดื่มโซดาเลยเพราะซ่าเหลือเกิน
คุณคิมบอกว่าน้ำแร่ที่นี่จะมีแร่ธาตุชนิดหนึ่งซึ่งทำให้น้ำแร่ชนิดนี้ความซ่ามาก
  
   
ถ่ายภาพหมู่กับคุณพ่อคุณแม่ของลามะภูริบัด
ภาพที่สองคือ แตงกวาดอง
ภาพที่3คือขนมปังก้อนแข็งเป๊กและทอฟฟี่
ภาพที่4 คือ แผ่นเนยทอดแช่น้ำนม (Khailmag) รสชาติหวานมัน
ภาพที่5 คือ Salami
ภาพที่6 คือ กิมจิ
ภาพที่7คือ โยเกิตแท่ง (Eerzgii) และเนยแข็ง (Roaa Aarol)
ส่วนก๋วยเตี๋ยวน้ำแบบมองโกเลีย (เส้นบะหมี่แบนมีเนื้อและมันเทศ)ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เนื่องจาก ผมหิวจัดจึงรีบซัดเข้าท้องจนหมดทันทีเลยลืมนึกไปว่าต้องถ่ายรูปเก็บไว้ด้วยอ่ะ
              ผมเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าทุกครั้งที่ผมและโมชทักทายผู้คน ณ.ที่แห่งนี้ เราทั้งสองจะทักทายด้วยการยกมือไหว้ สวัสดี กับทุกคน แต่เอ๊ะ!
แล้วทำไมพวกเราไม่ทักทายชาวมองโกเลียเป็นภาษามองโกเลียล่ะ ผมจึงถามคุณคิมว่า คำว่าสวัสดีในภาษามองโกเลียพูดอย่างไร
“SAIN BAINAU” อ่านว่า ซานบายเหนอะ เป็นคำที่จำยากมากสำหรับผมและโมชในช่วงแรก แต่เราทั้งสองก็พยายามที่จะทักทาย
คำนี้กับชาวมองโกเลียทุกครั้งจนจำคำนี้ได้ขึ้นใจเลยทีเดียว
                หลังจากที่อิ่มหนำสำราญกันเรียบร้อยแล้ว พอหนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน คุณคิมพาผมและโมชเข้าไปนอนในกระโจมซึ่งอยู่
หน้าบ้านของคุณตาคุณยายนี่เอง ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงรู้จักกระโจมของชาวมองโกเลียผ่านละครเรื่องเจงกีสข่านที่ถ่ายทอดผ่านช่องไทยพีบีเอส
พอผมได้หลับนอนในกระโจมหลังนี้แล้วอยากจะบอกกับทุกท่านว่า กระโจมน่านอนมาก อากาศภายในกระโจมไม่ร้อนเลยทั้งๆที่เป็นช่วงบ่าย
แดดเปรี้ยงๆเลย ลักษณะด้านในของกระโจมจะมีเตาเผาฝืนและปล่องระบายควันอยู่ตรงกลางของกระโจม ส่วนผนังของกระโจมทำด้วย
หนังสัตว์ ประตูทางเข้าสูงเพียงเมตรเดียวเอง มีผ้าใบรองพื้นภายในกระโจม ถึงแม้ว่ากระโจมแบบนี้จะไม่มีหน้าต่างระบายอากาศแต่บริเวณ
ขอบล่างของกระโจมโดยรอบนี้สามารถพับผ้าใบขึ้นมาเพื่อระบายอากาศได้
  
ภายในกระโจมที่ผมเข้าไปนอนเอาแรงครับ ประตูทางเข้าเตี้ยมั่กๆ ถ้าสังเกตตรงประตูทางเข้า ผ้าในจะถูกยกขึ้นมาหน่อยนึงเพื่อระบายอากาศ
และ ตรงยอดของกระโจมก็มีรอระบายอากาศด้วยครับ
 
            ครึ่งชั่วโมงผ่านไปคุณอาเจริญเข้ามาปลุกผมและโมชเพื่อเข้าชมการแข่งขันมวยปล้ำประจำหมู่บ้านเนื่องในเทศกาล
NADAAM FESTIVAL บริเวณจัดการแข่งขันมวยปล้ำเป็นเพียงลานหญ้าโล่งๆและมีเต้นท์ล้อมรอบให้ผู้คนในหมู่บ้านและ
นักท่องเที่ยวเข้ามานั่งชม สำหรับกติกาการแข่งขันมวยปล้ำในเทศกาล NADAAM FESTIVAL นั้นง่ายนิดเดียว เพียงแค่จับทุ่มคู่ต่อสู้
ให้หลังแตะพื้นโดยไม่มีการชก เตะ หรือตบใดๆทั้งสิ้น ใช้เพียงไหวพริบ ความแข็งแกร่งและความเร็วในการท่ามคู่ต่อสู้ ก็คล้ายๆกับกีฬามวย
ปล้ำที่ใช้แข่งในกีฬาโอลิมปิกนี่แหละครับเพียงแต่ไม่มีเส้นแบ่งเขต แต่แตกต่างจากมวยปล้ำเพื่อความบันเทิงอย่าง SMACK DOWN และ
RAW ZONE โดยสิ้นเชิงเลยนะครับ
               
  
         ผู้แข่งขันจะต้องรำไหว้เทพเจ้าก่อนเริ่มการแข่งขัน โดยท่าไหว้ของผู้แข่งขันทั้งสองจะเหมือนกับท่านกบิน
  
 
  
   
                  บนลานหญ้าที่ใช้ในการแข่งขันจะมีนักกีฬามวยปล้ำเข้ามาปล้ำในเวลาเดียวกันหลายคู่ โดยมีกรรมการคอยตัดสินในแต่ละคู่ซึ่งเป็นผู้อาวุโสคอยกำกับดูแล การแข่งขันไม่มีเวทีหรือเส้นแบ่งเขตใดๆทั้งสิ้น ไม่มีเวลากำหนด นักกีฬาคนใดที่ปล้ำแพ้ก็จะตกรอบทันที ส่วนนักกีฬาที่ชนะก็จะไปนั่งพักผ่อนรอคู่ต่อสู้ที่ชนะจากคู่อื่นมาเจอกัน เมื่อปล้ำเสร็จคู่หนึ่ง นักกีฬาอีกคู่จะลงมาที่สนามทันที โดยก่อนการแข่งขันนั้นคู่ต่อสู้ทั้งสองในชุดต่อสู้พร้อมหมวกทรงมองโกเลีย จะรำไหว้เทพขุนเขา ด้วยการกางแขนแล้วรำเหมือนท่านกบินเดินวนไปมาประมาณสองสามรอบ เมื่อรำเสร็จแล้วคู่ต่อสู้ทั้งสิงจเดินไปหากรรมการให้กรรมการถอดหมวกออกและเริ่มปล้ำต่อสู้กัน คู่ต่อสู้ที่ตัวเล็กใช่ว่าจะแพ้คู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่าเสมอไป ผมเห็นหลายคู่ที่นักกีฬาตัวเล็กกว่าปล้ำชนะนักกีฬาตัวใหญ่กว่า และผู้ชมมักจะชอบเชียร์คนตัวเล็กกว่าเวลามีลุ้นปล้ำจะชนะทีไรมีเสียงเฮขึ้นมาตลอดเลย พวกผมนั่งชมการแข่งขันประมาณครึ่งชั่วโมงคุณคิมพาพวกเราไปเดินเล่นบริเวณโดยรอบสนามแข่งขัน และมีชาวบ้านมากมายที่สนุกกับการขี่ม้าไปมา โดยเฉพาะเด็กๆ เด็กที่นี่อายุเพียง 5 ขวบก็ขี่ม้าเป็นแล้ว ภาพชาวบ้านที่ขี่ม้าไปมาบนลานหญ้าและเนินเขาเป็นภาพหาดูได้ยากมากในเมืองไทย ผมจึงไม่รอช้ากับการถ่ายภาพโดยทันที
  
 
หลังจากที่ชมมวยปล้ำกันเสร็จแล้วคุณคิมพาพวกเราไปเดินเล่นและยิงธนูต่อ
 
        คืนนี้พวกเราทั้งห้าไม่ได้นอนค้างที่หมู่บ้าน BORNOR ประมาณ หกโมงเย็น (แต่แสงแดดเหมือนบ่ายสามโมงเย็นของประเทศไทยเลย) คุณคิมพาพวกเรากลับไปที่วัดประจำหมู่บ้านอีกรอบเพื่อรับลามะภูริบัด จากนั้นพวกเราทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปที่ DUGANKHAD CAMP รีสอร์ทซึ่งพวกเราควรจะได้พักในคืนแรกถ้าไม่ตกเครื่องบินที่ประเทศจีนเสียก่อน ทัศนียภาพระหว่างเดินทางไปที่รีสอร์ทแห่งนี้จะมีความต่างจากสนามบินมาที่เมือง BORNOR ตรงที่สองข้างทางผมจะเห็นลำธารเยอะมาก มีผู้คนมานั่งปิคนิกกันริมธารอยู่เป็นจำนวนมาก และผมเริ่มเห็นต้นไม้แล้ว ซึ่งเป็นต้นสน
 
 
         
                  พวกเราแวะเข้ามารับลามะภูริบัดที่วัดอีกรอบจึงมีโอกาสได้มาถ่ายรูปกับผู้เถ้าผู้แก่ และถ่ายห้องน้ำไว้ดูเล่น
              ประมาณสองทุ่มพวกเราก็มาถึงที่พัก แสงแดดตอนสองทุ่มของที่นี่เหมือนห้าโมงเย็นบ้านเราเลยครับ พระอาทิตย์ในฤดูร้อนของประเทศมองโกเลียจะตกช้ามากครับ ประมาณสี่ทุ่มถึงจะลับขอบฟ้า ที่พักคืนแรกของพวกเราเป็นกระโจมแบบมองโกเลียครับ ที่นี่ไม่มีห้องอาบน้ำ คนมองโกเลียไม่นิยมอาบน้ำครับ เพราะไม่มีน้ำให้อาบเนื่องจากแหล่งน้ำขนาดใหญ่ของที่นี่มีน้อยมากครับ มีแต่ลำธารที่เกิดจากการละลายของหิมะบนยอดเขาและฤดูร้อนของประเทศนี้ก็ไม่ค่อยร้อนเลยครับ แม้ไม่มีห้องอาบน้ำให้อาบ สำหรับผมแล้วก็ไม่เป็นไรครับ แต่ผมดีใจมากที่ผมเจอส้วมชักโครกแล้วผมจึงไม่รีรอที่จะถ่ายหนักเลย เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะมีโอกาสได้ใช้ส้วมแบบชาวบ้านในวันไหนบ้าง จึงต้องรีบเคลียร์สต๊อกในลำไส้ใหญ่ออกไปให้หมดอ่ะครับ^^
   
 
              ถึงที่พักแล้วจ้า!!!! พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า พระจันทร์ก็เลยขึ้นแทน พระจันทร์ช่วงวันวิสาขบูชางดงามยิ่งนัก พระจันทร์ที่นี่ดวงโตกว่าเมืองไทยเยอะเลยอ่ะ

 

   

    

อาหารมื้อเย็นของพวกผมครับ และก่อนนอนพวกเรามาเผาฝืนนอนในกระโจมกัน^^

ติดตามชมสองเงาในมองโกเลียตอนที่๗ได้เร็วๆนี้นครับ




กิจกรรมของชมรมฯ

22 กุมภาพันธ์ 2563 คัดพระบรมธาตุถวายวัดอ้อใน จังหวัดเชียงราย
๑๖-๒-๖๔ หลวงพ่อรักษ์ณรงค์นิมนต์ท่านเจ้าคณะตำบลสายออ มาอัญเชิญพระบรมธาตุไปประดิษฐานที่วัด โคก จ.นครราชสีมา
13/2/64 ถวายพระบรมธาตุ ที่วัดสังฆราชานุสรณ์ อ.หนองหิน จ. เลย
งานมอบรางวัล Moral award ท่านประธานชมรม คุณปราโมช 9 กุมภาพันธ์ 2561
6 เมษายน 2560 ณ วัดป่าบ้านหนองผือ น้อมอัญเชิญถวายพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ จตุปัจจัย
27 สิงหาคม ถวายพระเจดีย์พระธาตุ ณ วัดสุวรรณคีรีวิหาร พระอารามหลวง
ถวายพระบรมธาตุ ๓๖ วัด ณ มหาเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย
วันที่3-4ก.พ.วัดโนนเสถียรวรรณาราม อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย
โครงการ​ถวาย​77จังหวัด สรุปรวมและภาพกิจกรรม 4
โครงการ​ถวาย​77จังหวัด สรุปรวมและภาพกิจกรรม 3
โครงการ​ถวาย​77จังหวัด สรุปรวมและภาพกิจกรรม 2
โครงการ​ถวาย​77จังหวัด สรุปรวมและภาพกิจกรรม 1
อัญเชิญพระบรมธาตุบรรจุเจดีย์ ณ ที่พักสงฆ์บ้านต้นผึ้ง หมู่ที่11 ต.สถาน อ.ปัว จ.น่าน
บรรจุ​พระบรมธาตุ​ใน​เจดีย์​รักแท้​ จังหวัด​เลย
วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 63 ฉลองเจดีย์​อัญเชิญ​บรรจุ​พระบรมธาตุ​ที่วัดบ้านสูบ​ อ.เมือง​ จ.เลย
คัดพระบรมธาตุถวาย​พุทธอุทยานวังน้ำเขียว นครราชสีมา
29/1/64 " ณ​ อำเภอบุณฑริก​ อุบลราชธานี น้อมถวายพระบรมธาตุ​จำนวน​ 3​ วัด
17.1.59. "ชมรมรักษ์พระบรมธาตุแห่งประเทศไทย". น้อมอัญเชิญถวายพระบรมสารีริกธาตุ. พระอรหันตธาตุ. และปัจจัยทัยทานส่วนหนึ่ง แด่ท่านเลขาเจ้าอาวาส.วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง
ณ จังหวัดน่าน จัดพิธีวันก่อตั้งวิทยาลัยสงฆ์นครน่านมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยเฉลิมพระเกียรติ
น้อมถวายพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ วัดศรีจันทร์ บ้านนาอ้อ ต.นาอ้อ อ.เมือง จ.เลย
ถวายชุดผอบพานทองเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 30 องค์ วัดป่านาอีเลิศ อ.วังสะพุง จ.เลย ๑๕-๑-๖๔
น้อมถวายพระบรมสารีริกธาตุ วัดม่วง จ.อ่างทอง
23​ มกราคม​ 2563​ เปิดโครงการ​ถวาย​77จังหวัดเริ่มต้นปีนี้​ด้วยวัดป่าบ้านสูบ ต.น้ำสวย อ.เมือง จ.เลย
23 มกราคม 64 ณ พุทธอุทยานวังน้ำเขียว ถวายเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ
น้อมถวายเจดีย์พระบรมธาตุในโครงการ 77 จังหวัดทั่วประเทศ หลวงปู่ทอง
พี่บัญชา เทพฉิม ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ๘๙ พระองค์ถวายหลวงปู่บุญพินในงานยกยอดฉัตร ๒ พ.ค. ๒๕๖๐
คณะเดินทางมาถวายพระบรมสารีริกธาตุ วัดห้วยมงคล หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๐
ถวายปัจจัยสร้างพระบรมไตรโลกนาถหลวงปู่เสนวัดป่าหนองแซง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ๒๓ เมษายน ๒๕๖๐
อาจารย์มงคล และคุณจิรวัฒน์ มาอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุเจดีย์แม่เฒ่าธาตุของหลวงปู่สรวง(เทวดาเดินดิน) อ.วังหิน จ. ศรีสะเกษ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๐
ร่วมถวายพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ท่านเจ้าคุณอลงกต ๑๕ เมษายน ๒๕๖๐ article
๖ เมษายน ๒๕๖๐ ตัวแทนสมาชิกชมรมได้อัญเชิญถวายพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุ จตุปัจจัย ไม้คนทา ผ้าเช็ดมือ 1 ถุงใหญ่และเครื่องใช้พระธุดงค์ แด่องค์ท่านพระครูสุทธธรรมมาภรณ์ ( พระอาจารย์พยุง ชวนปญฺโญ ) เจ้าอาวาสวัดป่าภูริทัตตถิราวาส [วัดป่าบ้านหนองผือ] วัดหล article
งานทำบุญชมรมฯ ๑๖ พค ๕๓ หลวงปู่ท่อน ญาณธโร ครูบาอาจารย์ เจริญพระพุทธมนต์ ณ ชมรมฯ
ชมรมฯร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลกจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ๕ ธันวามหาราช ๕๒ article
ชมรมฯถวายยอดฉัตรในองค์พระธาตุพนม จ.นครพนม article
กิจกรรม มหกรรมวิทยาศาสตร์ทางจิตนานาชาติ ครั้งที่ ๑๖ วันที่ ๑๐-๑๓ ธค ๕๒
กิจกรรม ณ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ๑๗ - ๒๐ พ.ค. ๕๒
กิจกรรม ณ ศาลากลางจังหวัดลพบุรี ๕ - ๙ สิงหาคม ๕๒
กิจกรรม วัดพุทธญาณวราราม ประเทศไต้หวัน วันที่ ๑๖-๑๘ ตุลาคม ๕๒
กิจกรรมชมรมฯ ณ ช่อง ๓ อาคารมาลีนนท์ วันที่ ๓ - ๗ กรกฏาคม ๒๕๕๒ article
กิจกรรมชมรมฯ ณ วัดไร่ขิง วันที่ ๙ - ๑๓ กรกฏาคม ๒๕๕๒ article
ชมรมรักษ์พระบรมธาตุจัดงานในวันเทศกาลวัดเทวราชกุญชร๕-๖มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๒
สองเงาในมองโกเลียตอนสุดท้ายจ้า article
ดินแดนแห่งธรรม "บ่อกำเนิดพระอริยะเจ้าอรัญวาสี" ตอนที่ 2 (ตอนจบ)
ดินแดนแห่งธรรม "บ่อกำเนิดพระอริยะเจ้าอรัญวาสี"
บทความพิเศษของกิจกรรมในเดือนกรกฎาคม : สองเงาในมองโกเลียตอนที่๙ article
บทความพิเศษของกิจกรรมในเดือนกรกฎาคม : สองเงาในมองโกเลียตอนที่๘ article
บทความพิเศษของกิจกรรมในเดือนกรกฎาคม : สองเงาในมองโกเลียตอนที่๗ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมกันยายาน๒๕๕๑ article
บทความพิเศษของกิจกรรมในเดือนกรกฎาคม : สองเงาในมองโกเลียตอนที่๕ article
บทความพิเศษของกิจกรรมในเดือนกรกฎาคม : สองเงาในมองโกเลียตอนที่๔ article
บทความพิเศษของกิจกรรมในเดือนกรกฎาคม : สองเงาในมองโกเลียตอนที่๓ article
บทความพิเศษของกิจกรรมในเดือนกรกฎาคม : สองเงาในมองโกเลียตอนที่๒ article
บทความพิเศษของกิจกรรมในเดือนกรกฎาคม : สองเงาในมองโกเลีย โดย หนอนด้น article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือนสิงหาคม ๒๕๕๑ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน มิถุนายน ๒๕๕๑
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน พฤษภาคม ๒๕๕๑
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน เมษายน ๒๕๕๑
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน มีนาคม ๒๕๕๑
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน มกราคม ๒๕๕๑
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน มิถุนายน ๒๕๕๐
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน กรกฎาคม ๒๕๕๐
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน พฤษภาคม ๒๕๕๐ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน เมษายน ๒๕๕๐ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน มีนาคม ๒๕๕๐ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน ธันวามคม ๒๕๔๙ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน พฤศจิกายน ๒๕๔๙ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน ตุลาคม ๒๕๔๙ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน กันยายน ๒๕๔๙ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน สิงหาคม ๒๕๔๙ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน กรกฎาคม ๒๕๔๙ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน มิถุนายน ๒๕๔๙ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน เมษายน ๒๕๔๙ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน มีนาคม ๒๕๔๙ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน มกราคม ๒๕๔๙ article
สรุปยอดเงินทำบุญบริจาค เดือนสิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๗ ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๘ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน ธันวาคม ๒๕๔๘ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน พฤศจิกายน ๒๕๔๘ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน ตุลาคม ๒๕๔๘ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน กันยายน ๒๕๔๘ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน สิงหาคม ๒๕๔๘ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน กรกฎาคม ๒๕๔๘ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน มิถุนายน ๒๕๔๘ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน พฤษภาคม ๒๕๔๘ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง กิจกรรม เดือน เมษายน ๒๕๔๘ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง เดือน มกราคม - เดือน มีนาคม ๒๕๔๘ article
กิจกรรม และงานบุญที่เกี่ยวข้อง ปี ๒๕๔๗ article



bulletHome
dot
ค้นหาบทความ

dot
dot
Pratat Gallery
dot
bulletอัลบั้ม กิจกรรมชมรมล่าสุด
bulletกิจกรรมชมรมฯ
dot
สมัครสมาชิกชมรมรักษ์พระบรมธาตุฯฟรี/apply for membership
dot
bulletกรอกรายละเอียดสมัครสมาชิก/applying click here
dot
ติดต่อสอบถาม/contact us
dot
bulletติดต่อสอบถามคลิ๊กที่นี่/Click here
dot
ห้องพระรัตนตรัย
dot
bulletห้องพระพุทธ(ตำนานและพุทธประวัติ)
bulletห้องพระธรรม
bulletห้องพระอริยสงฆ์
bulletพระธาตุเสด็จ
dot
เว็บพันธมิตร
dot
bulletพลังจิต
bulletอุณมิลิต
dot
เว็บธรรมะ
dot
bulletหลวงปู่มั่น
bulletหลวงตามหาบัว
bulletกฎแห่งกรรมของหลวงพ่อจรัญ
bulletหลวงพ่อครูบาเจ้าเพชรวชิรมโน
bulletเว็บเพื่อพระพุทธศาสนา
bulletโลกทิพย์
bulletตามรอยพระพุทธบาท
bulletศาลาปฎิบัติกรรมฐาน
bulletลานธรรมเสวนา
bulletพระไตรปิฎกฉบับประชาชน
bulletไทยแวร์ธรรมะออนไลน์
bulletวัดจันทาราม (ท่าซุง) จ.อุทัยธานี
bulletวัดพระธาตุพนม




Copyright © 2010 All Rights Reserved.